
1
WHO THE HELL IS BOBBY SWINGERS ?
“ฉันคิดว่าบางทีเขาอาจจะเป็นพวกนักดนตรี เพราะเขาสวมชุดสีทึมๆ เขียนขอบตา แล้วก็ทาปากสีดำด้วย”
เรื่องราวเกี่ยวกับ บ็อบบี้ สวิงเกอร์ส นั้น ยังไม่มีผู้ใดสามารถสรุปถึงรายละเอียดหรือแหล่งที่มาอันแน่ชัด ผู้คนแต่ละกลุ่ม มักจะมีความเชื่อและเรื่องเล่าเกี่ยวกับบ็อบบี้ที่แตกต่างกันไป เช่น กลุ่มนักดนตรีพังค์ ก็จะมีความเชื่อแบบหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับบางบทตอนในประวัติศาสตร์ดนตรีพังค์ ในขณะที่กลุ่มอื่นๆ เช่น กลุ่มผู้นิยมศิลปะแบบ บ็อบบี้ สวิงเกอร์ส หรือ กลุ่มนักศึกษาศิลปะโบฮีเมี่ยน ก็จะมีความเชื่อเกี่ยวกับบ็อบบี้ในอีกรูปแบบหนึ่ง อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความเชื่อที่แตกต่างกันนั้นก็ยังมีหลายสิ่งซึ่งเชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายของบ็อบบี้ สวิงเกอร์ส และ หญิงสาวของเขาที่ชื่อว่า ดูมมี่ สวิงเกอร์ส
ในส่วนของเรื่องเล่าที่ตรงกันในกลุ่มผู้นิยมบ็อบบี้ สวิงเกอร์ส กลุ่มต่างๆ นั้น ไม่ได้กล่าวว่าบ็อบบี้มีชาติกำเนิดอย่างไร แต่สิ่งที่เล่าตรงกันก็คือ ในขณะที่มีชีวิตอยู่นั้น เขาได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยศิลปะแห่งหนึ่งผ่านโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน โดยระบบก็คือนักศึกษาหนึ่งคนจะถูกส่งไปยังที่ซึ่งบ็อบบี้จากมา เพื่อเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน และจะกลับมาเมื่อครบหนึ่งปี
วันนั้นท้องฟ้าถูกย้อมด้วยสีแดงและดำ เนื่องจากเกิดเพลิงไหม้ที่อาคารร้างซึ่งห่างจากมหาวิทยาลัยไปไม่มากนัก บ็อบบี้เข้าชั้นเรียนวันแรกสายเล็กน้อย อาจารย์ประจำวิชาพยายามดึงความสนใจของนักศึกษาในชั้นกลับมาจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ เพื่อที่นักศึกษาใหม่จะได้แนะนำตัวให้ทุกคนได้รู้จัก บ็อบบี้ สวิงเกอร์ส ทักทายทุกคนด้วยรอยยิ้มในแบบของเขา แสงเงาสีเพลิงเต้นวูบวาบไปมาสะท้อนกับแว่นทรงเรย์แบนของบ็อบบี้
“จะให้ฉันพูดถึงเขาว่าอย่างไรดี อาจจะเป็นเพราะวันนั้นมีเรื่องไฟไหม้ก็ได้นะ อะไรๆถึงดูแปลกไปหมด ที่ฉันจำได้ก็คือ ดูเหมือนเขาจะยิ้มอยู่ตลอด ฉันคิดว่าบางทีเขาอาจจะเป็นพวกนักดนตรี เพราะเขาสวมชุดสีทึมๆ เขียนขอบตา แล้วก็ทาปากสีดำด้วย แต่มหาวิทยาลัยของเราไม่มีกฎเกี่ยวกับการแต่งกายของนักศึกษา ฉันก็เลยไม่ได้ทักอะไรเขาในเรื่องนั้น แต่โดยส่วนตัวแล้วฉันไม่ค่อยประทับใจกับภาพลักษณ์ของเขาเท่าไหร่ ประสบการณ์ทำให้ฉันพบว่านักศึกษาที่แต่งตัวแบบนั้นมักจะทำตัวมีปัญหา และเกี่ยวข้องกับยาเสพย์ติด” อาจารย์ประจำวิชาในขณะนั้นกล่าวถึงบ็อบบี้ ด้วยเหตุผลบางประการเธอขอไม่ให้มีการเปิดเผยชื่อจริงของเธอ
แต่ในความเห็นของเพื่อนร่วมชั้นบางคนกลับมองเป็นอีกอย่างหนึ่ง กราเซีย ปอนเต้ นักศึกษาสาวเชื้อสายอิตาเลี่ยนกล่าวถึงบ็อบบี้ว่า “เขาเซ็กซี่นะ ...” เธอหัวเราะ “ฉันพูดจริงๆ คือเขาไม่ได้หน้าตาดีหรอก แต่มีอะไรบางอย่างในตัวเขาที่ดูน่าสนใจ ถ้าเขาแปลกน้อยกว่านั้นหน่อยฉันคงชวนเขาไปเดตแน่ ”
“เขาไม่เคยบอกว่าตัวเองมาจากไหน เวลามีใครถาม เขามักจะเล่าเรื่องอะไรสักอย่างที่น่าสนใจมากๆ แล้วคนถามก็จะสนใจเรื่องที่เขาเล่าจนลืมคำถามทุกทีไป บ็อบบี้เป็นนักเล่าเรื่องที่เก่งในเวลาที่เขาต้องการให้มันเป็นน่ะ”
หลายคนสนใจถึงที่มาที่ไปของ บ็อบบี้ สวิงเกอร์ส แต่เมื่อไม่มีใครสามารถทำให้บ็อบบี้กล่าวถึงเรื่องนั้นได้ ทุกคนจึงหันเหไปยังนักเรียนแลกเปลี่ยนซึ่งถูกส่งไปยังสถานที่ซึ่งบ็อบบี้จากมาแทน จอร์จ วิทมอร์ เป็นนักเรียนยากจนซึ่งเคยอาศัยอยู่ในบ้านสวัสดิการกับแม่ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ ก่อนที่จอร์จจะได้รับโอกาสการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนด้วยผลการศึกษายอดเยี่ยมชนิดไม่มีใครเทียบได้ เพื่อนนักศึกษาบางคนถึงกับกล่าวว่าจอร์จกินหนังสือเรียนเป็นอาหารเช้า และทุ่มเทให้กับการเรียนราวกับจะถูกแขวนคอหากสอบได้ที่สอง
จอร์จ วิทมอร์ ไม่ได้ติดต่อทางบ้านเลยตั้งแต่ออกเดินทาง นักศึกษากลุ่มหนึ่งแวะไปที่บ้านของเขา และพยายามหาข้อมูลจากแม่ของจอร์จว่าเขาถูกส่งไปที่ไหน แต่อาการของโรคอัลไซเมอร์กำเริบจนแม่ของจอร์จแทบจะจำไม่ได้ว่าเธอเคยมีลูกชายมาก่อน ส่วนญาติๆของจอร์จก็ล้วนห่างเหิน ที่น่าแปลกใจก็คือ เอกสารของทางมหาวิทยาลัยระบุเรื่องการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนของจอร์จไว้น้อยมาก มีเพียงเอกสารยินยอมซึ่งจอร์จเซ็นรับไว้ก่อนจะออกเดินทางเท่านั้น ซึ่งอาจารย์บางคนออกความเห็นว่าเอกสารนั้นเต็มไปด้วยข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรมอย่างเหลือเชื่อ
หนึ่งปีผ่านไป ครบกำหนดที่ จอร์จ วิทมอร์ จะต้องเดินทางกลับมาแต่ยังไม่มีวี่แววของเขา อาจารย์ที่ปรึกษาซึ่งคุ้นเคยกับจอร์จจึงเดินทางไปยังบ้านของเขา แต่บ้านที่จอร์จและแม่ของเขาเคยอาศัยอยู่ เหลือเพียงเฟอร์นิเจอร์ฝุ่นจับและความว่างเปล่า ไม่มีใครอาศัยอยู่ที่นั่นอีกแล้ว
และ จอร์จ วิทมอร์ ไม่เคยกลับมาอีกเลย .

